สำหรับความคืบหน้าของคดีน้องชมพู่ โดยน้องสะดิ้ง พี่สาวน้องชมพู่ เคยให้การว่าในวันเกิดเหตุนั้น ตัวเองนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในบ้าน และเห็นน้องเล่นบนถนนโดยตลอด จากนั้นก็เผลอหลับไปในช่วงเวลาที่น้องหายตัวไปพอดี
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในแก๊งจำปาใหญ่หรือกลุ่มเด็กที่เล่นอยู่ที่ต้นจำปาในวันนั้น ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ตอนนั้นที่เล่นใต้ต้นจำปา มีประมาณ 6 คน ไม่มีเห็นการเคลื่อนที่คนร้ายไม่เห็นลุงพลและรถลุงพล ผู้ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น ส่วนน้องสะดิ้งนอนเล่นโทรศัพท์โดยที่หันหลังให้น้องชมพู่อยู่ ไม่แน่ใจว่า หลับหรือไม่หลับ
ส่วนกรณีน้องเชอรี่ (นามสมมติ) กล่าวว่า ในวันนั้น ตนไม่แน่ใจว่าน้องสะดิ้งหลับหรือไม่ เพราะนอนอยู่บนแคร่ในลักษณะคว่ำหน้าไม่มีหมอน ตนไม่ได้สนใจอะไร มารู้ตัวอีกทีตอนที่สะดิ้งมาถามว่าเห็นน้องชมพู่ไหม กรณีน้องชมพู่ ก่อนหน้านั้น ตนเห็นเล่นคนเดียวกับผลมะม่วงจริง แล้วก็ไม่เห็นใครเข้าออก ไม่เห็นญาติคนไหน ไม่เห็นคนใส่เสื้อส้ม
ทั้งนี้ เรื่องการห้ามบอกน้องสะดิ้งนอนหลับหรือไม่ ทางแก๊งก็ไม่เคยได้คุยกัน กระทั่ง เมื่อคืนที่ผ่านมาแก๊งจำปาคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ถูกสั่งห้ามบอกว่าสะดิ้งตื่นหรือหลับ พอย้อนกลับไปวันนั้น ตนเป็นคนเดียวที่ช่วยเดินตามหาน้องชมพู่กับสะดิ้งในครั้งแรก เห็นสะดิ้งดูซึมๆไม่ได้ดูแปลก เพียงแค่พูดว่าน้องหายแม่จะดุ
ต่อมาทางด้าน น้องบลู (นามสมมติ) หนึ่งในแก๊งจำปาที่เล่นตรงใกล้จุดน้องชมพู่หายตัว เผยว่า วันเกิดเหตุน้องสะดิ้งไม่ได้นอนหลับแต่เห็นนอนคว่ำหน้าเล่นโทรศัพท์หน้าบ้านตัวเอง
จากนั้นวันถัดมา น้องสะดิ้งก็มาพูดกับตนว่า แม่บอกว่า ขอให้ตัวเองโกหกนักข่าวว่า ตอนที่ชมพู่หาย ตัวเองนอนหลับอยู่ แล้วขอให้ตนกลับคำให้สัมภาษณ์ บอกว่า น้องสะดิ้งหลับตอนที่น้องชมพู่หายตัวไป เรื่องนี้ตนเก็บในใจมานานมาก ไม่กล้าบอกครอบครัวเพราะกลัวมีปัญหากับน้องสะดิ้ง แต่พอตนบอกเรื่องนี้กับแม่ ก็รู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้พูดความจริง
ขณะที่พ.ต.อ. สุรโชค เจษฎาเดช ฉายาสารวัตรแรมโบ้ อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจ.อำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล กล่าวถึงกรณีนี้ว่าหากเรื่องที่แม่สั่งให้น้องสะดิ้งโกหกว่าหลับเป็นความจริง เรื่องนี้มีผลทางคดีแน่นอนและการที่เด็กๆแก๊งจำปายอมเปิดเผยเรื่องนี้ เท่ากับว่ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือใคร
ดังนั้น จึงอยากให้ตำรวจตรวจดีเอ็นเอ แม่ พ่อ น้องสะดิ้ง และน้องชมพู่ ว่ามีความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างไรบ้าง ตอนนี้คดีถึงทางตัน แม่น้องชมพู่น่าจะบอกความจริงว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น คนเราโกหกคนอื่นได้แต่โกหกตัวเองไม่ได้
ทางด้านนางสมพร วิภา หรือป้าแต๋น กล่าวว่า ขอบคุณที่ชาวบ้านยอมเปิดปากว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเรื่องที่สะดิ้งไม่ได้หลับเป็นความจริง ก็ต้องถามว่า มันเกิดอะไร ทำไมต้องโกหก ที่สำคัญคือ ถ้าเป็นแบบนี้ ช่วงเวลาที่ชมพู่หายคือ 08.50 ถึง 09.01 น. จะเป็นความจริงหรือเปล่า หรือเป็นเวลาที่กำหนดขึ้นมาเอง


Another News:

Another news:

0 Blogger 0 Facebook

 
L10 PVC machine and Electronic News in Thai © 2013. All Rights Reserved. Powered by Blogger
Top